สท.นครลำปาง หอบหลักฐาน ยื่น ผู้ว่าฯ ป.ป.ช. สอบขบวนการลักไก่แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการสายไฟลงดินเฟส1ถนนพหลโยธิน มูลค่ากว่า53ล้านบาทพบ เอกสารส่งที่เดียวกัน วันเดียวกัน ลายมือเดียวกันอื้อ พร้อมยื่นนายกฯชะลอการจ่ายเงินให้ กฟภ.

Last updated: 2020-04-20  |  1650 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สท.นครลำปาง หอบหลักฐาน ยื่น ผู้ว่าฯ ป.ป.ช. สอบขบวนการลักไก่แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการสายไฟลงดินเฟส1ถนนพหลโยธิน มูลค่ากว่า53ล้านบาทพบ เอกสารส่งที่เดียวกัน วันเดียวกัน ลายมือเดียวกันอื้อ พร้อมยื่นนายกฯชะลอการจ่ายเงินให้ กฟภ.

เมื่อเร็วๆนี้ สท.เทศบาลนครลำปางจำนวน 5 คน ประกอบด้วย นางสาวอมลยา  เจนตวนิชย์ สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง เขต 2 ผู้ร้อง พร้อมด้วย นายสมหมาย  พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง เขต 1 นายแพทย์วัฒนา วานิชสุขสมบัติ เขต1 นายสมบูรณ์ คุรุภากรณ์ สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง เขต 3 และ นายกิตติ จิวะสันติการ เขต2 และ ประธานเทศบาลนครลำปาง ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ผ่านทาง นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กับพวก กรณีพบว่ามีการทำเอกสารส่อเป็นเท็จและนำไป (แบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชน) หรือประชาพิจารณ์ ในโครงการก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นแบบเคเบิลใต้ดิน เฟส 1 ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่สี่แยกดอนปาน ถึงถนนดวงรัตน์ ของเทศบาลนครลำปาง พร้อมเอกสารหลักฐานเบื้องต้น จำนวน 323 ชุด  และ หลังจากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.จังหวัดลำปางเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมยื่นหนังสือให้นายกเทศมนตรีนครลำปางชะลอการสั่งจ่ายเงินกว่า53ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการจนกว่าจะมีการตรวจสอบเสร็จ



ทั้งนี้ทางผู้ร้องได้เปิดเผยว่า หลังจากวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 นายกิตติภูมิ นามวงศ์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรื่องขอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างระบบเคเบิลใต้ดิน โดยให้เหตุผลว่าเทศบาลนครลำปางพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้ดินเป็นโครงการที่จะสร้างทัศนียภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้จังหวัดลำปางดังนั้นเทศบาลนครลำปางจึงมีความประสงค์จะขอเข้าร่วมโครงการเคเบิลใต้ดินช่วงตั้งแต่บริเวณสามแยกหน้าค่ายสุรศักดิ์มนตรีดีถึงบริเวณสี่แยกดอนปานระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรในปีงบประมาณ 2563 โดยยอมรับเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการดังนี้

1.เทศบาลนครลำปางเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณด้านโยธา และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณด้านไฟฟ้า

2.เทศบาลนครลำปางเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานสื่อสารในการจัดเตรียมงบประมาณและแผนงานในการนำระบบสื่อสารลงดินให้สอดคล้องกับแผนงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

3.เทศบาลนครลำปางยินยอมให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ออกแบบ ประมาณการและก่อสร้างงาน ทั้งด้านไฟฟ้าและด้านโยธา

4.เทศบาลนครลำปางเป็นผู้ดำเนินการทำประชาพิจารณ์

5.เทศบาลนครลำปางจะดำเนินการจัดทำบันทึกความเข้าใจ(MOU)หรือสัญญาทางปกครอง(MOA)ร่วมกันกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือหรือ(MOU) โครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินบริเวณช่วงตั้งแต่สามแยกค่ายสุรศักดิ์มนตรีดีถึงสี่แยกดอนปานอำเภอเมืองจังหวัดลำปาง ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเทศบาลนครลำปาง ทั้งนี้ในหนังสือบันทึกข้อตกลงความร่วมมือได้ระบุว่าเทศบาลตกลงเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่และรับผิดชอบประสานงานในการย้ายและการหรือถอนระบบสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ระบบสื่อสารพาดอยู่บนระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเดิมของPEA อีกทั้งเทศบาลต้องจัดทำประชาพิจารณ์และอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนดไว้

จากการตรวจสอบช่องทางการแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่เทศบาลนครลำปางได้ดำเนินการคือ1.ทางไปรษณีย์ 2.เว็บไซต์ของทางเทศบาล 3.ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 4.งานประชาสัมพันธ์และเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง

และจากการตรวจสอบรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการดังกล่าวพบว่าประมาณการที่ใช้สำหรับโครงการนี้มีมูลค่า 53,884,600 บาทถ้วน มีการดำเนินการส่งแบบสำรวจ ให้กับ ผู้มีส่วนได้เสียทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ร่วมแสดงความคิดเห็นระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 และให้ส่ง แบบสำรวจแสดงความคิดเห็นผ่านทางไปรษณีย์ส่งถึงกองวิชาการและแผนงานเทศบาลนครลำปางภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563

และเมื่อตรวจสอบแบบสำรวจแสดงความคิดเห็นที่ส่งผ่านทางไปรษณีย์กลับเข้ามายังเทศบาลนครลำปางพบว่ามีการจัดทำเอกสารขึ้นโดยบุคคล5-6 คน แต่ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนมีจำนวน4คน(ลายมือเดียวกันในการเขียนความคิดเห้นประกอบ)

บุคคลที่1 ทำแบบสำรวจความคิดเห็นระบุว่าพักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครลำปาง และประทับตราส่งไปรษณีย์แม่วัง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 89 ฉบับ และ ทำแบบสำรวจความคิดเห็น โดยระบุที่พักอยู่นอกเขตเทศบาลนครลำปาง และประทับตราไปรษณีย์แม่วัง ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 101 ฉบับรวมทั้งสิ้น 190 ฉบับ โดยการเขียนเป็นลายมือของบุคคลเดียวกันทั้งหมด



บุคคลที่2  ทำแบบสำรวจความคิดเห็น โดยระบุว่าพักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครลำปาง และมีการประทับตราไปรษณีย์แม่วัง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 48 ฉบับ และ ทำแบบสำรวจความคิดเห็นโดยระบุพักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลนครลำปาง และประทับตราไปรษณีย์แม่วัง ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 31 ฉบับ รวมทั้งสิ้น 79 ฉบับ



บุคคลที่ 3 ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็น โดยระบุพักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครลำปาง และ ประทับตราไปรษณีย์เมืองปาน อำเภอเมืองปาน จ.ลำปาง ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 13 ฉบับ ทำแบบสำรวจความคิดเห็น โดยระบุที่พักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลนครลำปางและประทับตราโดยส่งไปรษณีย์เมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 5 ฉบับ รวมทั้งสิ้น 18 ฉบับ

บุคคลที่4  ทำแบบสำรวจความคิดเห็น โดยระบุอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครลำปางและประทับตราไปรษณีเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 20 ฉบับ และ ทำแบบตรวจความคิดเห็นโดยระบุว่าพักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลนครลำปาง และประทับตราไปรษณีเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 16 ฉบับ รวมทั้งสิ้นสาม 16 ฉบับ ทั้งนี้แบบสำรวจความคิดเห็นซึ่งส่งโดยไปรษณีย์เมืองปาน อำเภอเมืองปาน รวม 54 ฉบับ ไม่ได้มีการปิดแสตมป์อากร ตามระเบียบ และ เทศบาลนครลำปางไม่ได้ขออนุญาตชำระค่าฝากเป็นรายเดือนไว้กับที่ทำการไปรษณีย์เมืองปาน



ทั้งนี้นายกิตติภูมิ นามวงศ์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้มีการนำข้อมูลการทำประชาพิจารณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จซึ่งได้จากการร่วมกันกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ ประกาศให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพ.ศ. 2543 ข้อ 12 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบไทม์ไลน์ของโครงการจะเห็นว่าโครงการดังกล่าวให้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น (เดือน ก.พ.) อุดหนุนงบประมาณให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 53,884,600 บาท(เดือน มี.ค.-พ.ค.) และ ก่อสร้าง (เดือน มิ.ย.-ธ.ค.)

นอกจากนนี้ผู้ร้องยังได้ยื่นหนังสือถึง กฟภ. ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งยื่นหนังสือถึง นายกเทศมนตรีฯเพื่อให้ชะลอการจ่ายเงินฝห้กับ กฟภ.ตามโครงการดังกล่าวจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้