ปิยบุตร ลงพื้นที่เขย่าการเมืองท้องถิ่นลำปาง ตั้งเป้าส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ 4,000 แห่ง กองเชียร์ลุงตู่ชื่นชมแต่ขออย่าแตะสถาบัน

Last updated: 2020-07-08  |  500 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปิยบุตร ลงพื้นที่เขย่าการเมืองท้องถิ่นลำปาง ตั้งเป้าส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ 4,000 แห่ง กองเชียร์ลุงตู่ชื่นชมแต่ขออย่าแตะสถาบัน

ปิยบุตรนำทีมลงพื้นที่เขย่าการเมืองท้องถิ่นลำปาง เผยพร้อมส่งผู้สมัครลงลงชิงเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่น 4,000 แห่ง เปรยไม่ปลื้ม จนท.ตำรวจตามแจ เป็นเรื่องไม่ปกติ ขณะที่คุณตากองเชียร์ลุงตู่ขอเคลียร์ใจชื่นชมแนวคิดทางการเมืองแต่ขออย่าแตะสถาบัน ยันขณะนี้คณะก้าวหน้ายังไม่มีผู้แทนลงสมัครที่ลำปาง เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันสมัคร เริ่ม 15 ก.ค.นี้

เมื่อวานนี้ ( 7 ก.ค.) เวลา 15.30 น.เศษวันนี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ นางเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้เดินทางมาพบปะกับมวลชนลำปางที่ศาลาการเปรียญ ภายในวัดป่ารวก ซึ่งมีมวลชนมาร่วมรับฟังประมาณ 50 คน ตามมาตรการเฝ้าระวังโควิด19 ซึ่งมีทั้งเยาวชน วัยรุ่นและคนทำงาน จนถึงผู้สูงอายุมาร่วมรับฟัง ซึ่งนายปิยบุตร ได้พูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันและอนาคตที่คณะกก้าวหน้าต้องการจะสนับสนุนบุคคลให้ลงสมัครในเวทีท้องถิ่นจากทั้งสิ้น 7,800 แห่ง แต่คาดว่าจะส่งสมัครประมาณ 4,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงจังหวัดลำปาง เพราะต้องการให้ประชาชนในท้องถิ่นหันมาให้ความสนใจการเลือกตั้งท้องถิ่นให้มากขึ้นเพราะถือว่าอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากกว่าการเลือกตั้งระดับชาติ ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ย้ำเสมอว่าเราไม่อยากเห็นการกระจายอำนาจเพราะคำว่ากระจายคืออำนาจยังอยู่ที่ส่วนกลางแต่มีการกระจายมาให้ท้องถิ่นซึ่งจริงๆแล้วอำนาจเป้ฯของท้องถิ่นอยู่แล้วเราจึงต้องการดึงอำนาจที่มีอยู่กลับมาให้ท้องถิ่น และที่ผ่านมาเห็นว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นประชาชนจะเลือกที่ตัวบุคคลแต่จากนี้อยากให้เลือกที่นโยบาย

นายปิยยุบตร ให้สัมภาาณ์สื่อมวลชนว่าวันนี้ที่คณะก้าวหน้าให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจมาโดยตลอดตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ แล้วมาวันนี้ก็ยังให้ความสำคัญ นั้นคือคณะก้าหน้าจะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศซึ่งจะมีขึ้นกว่า 7,800 แห่ง อย่างน้อย 4,000 แห่ง เพราะต้องการพลิกมิติการเมืองท้องถิ่น เรียกว่าเขย่าการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ ที่กลุ่มการเมืองจะส่งผู้สมัครลงสมัครในนามเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศอย่างน้อย 4,000 แห่ง และจะเป็นครั้งแรกที่จะทำนโยบาย และจะเป็นครั้งแรกที่จะรณรงค์ให้คนให้ความสำคัญในการออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกผู้บริหารท้องถิ่นของตนเอง จะต้องแข่งขันกันที่นโยบายไม่ใช่แข่งขันกันที่ใครรู้จักใคร ใครเป็นเพื่อน ใครเป็นญาติใคร อยากเชิญเยาวชนคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ข้าราชการ ผู้รู้ ผุ้อาวุโส ถ้าให้ความสนใจเข้ามารับสมัครกับคณะก้าวหน้าซึ่งทางคณะจะมีวิธีการคัดสรรผู้สมัครอีกครั้ง

นางเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้ยืนยันว่าแม้ขณะนี้อาจจะมีกระแสว่าทางคณะก้าวหน้าให้การสนับสนุนคนนั้นคนนี้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้เพื่อลงสมัคร ผู้บริหารท้องถิ่น นั้นยังไม่เป้ฯความจริงเพราะขณะนี้ทางคณะก้าวหน้ายังไม่มีตัวเลือกและยังไม่มีสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเปิดรับสมัครอยู่ ซึ่งยังไม่เสร้จสิ้นขบวนการคัดสรร ดังนั้นจึงยังไม่มีตัวแทน อปท.ใดที่เราสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ส่วนการรับสมัครจะเริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 15 ก.ค.นี้



นอกจากนี้นายปิยยุบตร ยังได้แสดงความไม่ค่อยปลื้มเกี่ยวกับการเดินทงลงพื้นที่พบปะกับมวลชนของตนเองในแต่ละจังหวัดรวมถึงมาที่ลำปาง เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบตามประกบจำนวนมาก ซึ่งที่วัดป่รวกในวันนี้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ไปคอยสังเกตุการณ์น่าจะประมาณ 30 นาย โดยระบุว่าเป็นเรื่องไม่ปกติที่เจ้าหน้าที่จะต้องมาคอยติดตามตัวเองไปทุกที่ เพราะตนเองเป้ฯคนไทยสามานถเดินทางไปไหนมาไหนได้ทั่วประเทศและตนเองไม่ได้มาปลุกระดมอะไร มาพูดคุยเรื่องสถานการณ์การเมืองและมาบอกว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเท่านั้น แต่ก็เข้าใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาทำตามหน้าที่เพราะต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่วิธีการแบบนี้ไม่ปกติ และทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าตามตนเพราะอะไร คืออยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาและถามว่าตามตนเองเพราะอะไร อาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไร เลือกปฎิบัติหรือไม่ตามทุกคนไหม ในสายตาเจ้าหน้าที่เห้ฯตนเองเป็นศัตรูของชาติเหรอถึงต้องตามทุกฝีก้าว อย่าใช้ข้ออ้างว่าเพื่อป้องกันความปลอดภัย อย่าใช้ข้ออ้างว่าหากไม่ทำผิดก็ไม่ต้องกลัว ใช้ข้ออ้างแบบนี้ไม่ได้ ในทางกลับกันต้องย้อนถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเสรีภาพมาตามตนเองทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิด



หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อวลชนเสร็จก็ได้มีการถ่ายรูปกับมวลชนแต่ระหว่างนั้นได้มีคุณตาท่านหนึ่งซึ่งสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาหานายปิยบุตร โดยแสดงตัวว่าอยู่คนละฝ่ายแต่ก็เป็นคนไทยด้วยกันและได้ขอพูดคุยกับนายปิยบุตรถึงบางประเด็น ซึ่งนายปิยบุตรก็พยายามรับฟังและพยายามอธิบายในบางเรื่องเพื่อให้คุณตาสบายใจ ซึ่งไม่มีอะไรวุ่นวาย โดยใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ10-15นาที ก่อนที่จะมีมวลชนขอถ่ายรูป ซึ่งคุณตาได้จับไม้ตับมือมือและฝากนายปิยบุตรว่าให้กำลังใจแต่ขอให้เว้นไว้เรื่องเดียวคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้