เหตุเพราะปกปิดข้อมูล โควิดลาม-ทั้งเสี่ยงสูง-ต่ำเกือบครึ่งหมู่บ้าน #บ้านแหง ชาวบ้านเริ่มเครียดร้องขอนักจิตวิทยาเข้าดูแล #ยกระดับ2ตำบลเป็นสีแดงเข้ม

Last updated: 2021-05-03  |  2415 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เหตุเพราะปกปิดข้อมูล โควิดลาม-ทั้งเสี่ยงสูง-ต่ำเกือบครึ่งหมู่บ้าน #บ้านแหง ชาวบ้านเริ่มเครียดร้องขอนักจิตวิทยาเข้าดูแล #ยกระดับ2ตำบลเป็นสีแดงเข้ม

สองหมู่บ้านพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลามหนักเกือบครึ่งหมู่บ้าน จากการปกปิดข้อมูลของผู้ป่วยทำให้ทั้งหมอ พยาบาล โดนกักตัวไปด้วย ส่วนชาวบ้านในหมู่บ้านเครียดจัดร้องขอจิตเวชเข้าไปช่วยเหลือ


วันนี้ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 จังหวัดลำปาง โดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้แถลงการณ์มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อโควิด 19 กรณีคลัสเตอร์อำเภองาว (บ้านร้อง , บ้านแหง) ว่าขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโรคโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2564 ทั้งหมด 218 ราย อำเภอที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด

คือ อำเภอเมือง จำนวน 94 ราย รองลงมาคืออำเภอแจ้ห่ม และ อำเภองาว จำนวน 30 ราย และ 23 ราย ตามลำดับ อยู่ระหว่างรักษาในโรงพยาบาล 86 ราย รักษาหาย 132 ราย


กรณีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของอำเภองาว ตำบลบ้านร้อง(บ้านร้อง) พบผู้ติดเชื้อ จำนวน 5 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อที่จังหวัดพะเยา (เป็นคนบ้านร้องแต่ไปค้าขายที่ตลาดพะเยา) มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 54 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 145 ราย


กรณีตำบลบ้านแหง พบผู้ติดเชื้อแล้ว จำนวน 14 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อที่กรุงเทพฯ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 166 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 23 ราย จากการลงสอบสวนพบว่า ช่วงสงกรานต์ วันที่ 11-16 เมษายน 2564 มีลูก กลับมาจากกรุงเทพฯ มีการรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน โดยผู้ป่วยลำปางรายที่ 199 มีอาการปวดศรีษะ วันที่ 23 เมษายน 2564 จึงไปรักษาที่ รพ.สต.บ้านแหงใต้ แต่อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 28 เมษายน 2564 จึงไปรักษาที่ รพ.งาว ด้วยอาการเวียนศรีษะ ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก ไม่มีไข้ ให้ประวัติว่าไม่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อ และไม่มีญาติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง แพทย์วินิจฉัยเป็นปอดบวม และ ส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 พบผลบวก จากรณีดังกล่าว พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง

จำนวน 44 คน ซึ่งเป็นบุคลากรของ รพ.งาว จำนวน 19 คน

จังหวัดลำปาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง ครั้งที่ 18/2564 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ได้มีมาตรการป้องกันและควบคุมโรค ดังนี้

1. เร่งรัดการค้นหาผู้สัมผัส และจำแนกประเภทของผู้สัมผัส

2. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมารายงานตัวที่สถานบริการสาธารณสุขทุกราย

3. เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย COVID-19 เชิงรุก (Active case finding) ในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

4. กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกราย ให้ ดำเนินการดังนี้

4.1 จัดทำข้อมูลลำดับเหตุการณ์ (ไทม์ไลน์) ย้อนหลัง 14 วัน โดยให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมสถานที่ และการเดินทาง

4.2. เข้ารับการตรวจหาเชื้อตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค ณ โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่

4.3 ต้องกักกันตัวเอง (Home Quarantine) อย่างเข้มข้นจำนวนอย่างน้อย 14 วัน และรายงานการตรวจประเมินตนเองทุกวัน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ทราบ และหากมีอาการเข้าข่ายของโรคโควิด 19 ให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที

5. ให้กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สังเกตอาการตนเอง (Self Monitoring) เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน

6. ให้อำเภอ ใช้กลไกการบริหารราชการในพื้นที่ ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน และองค์กรปกครอง-ส่วนท้องถิ่น บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ดำเนินการดังนี้

6.1 เร่งติดตามกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

6.2 ให้แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ ออกจากกันอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งให้มีระบบ ติดตามการควบคุมกำกับผู้ที่กักกันตัว และสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน

6.3 ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนดูแลครอบครัว ผู้ที่ถูกกักกันตัว

6.4 จัดระบบเฝ้าระวังผู้เดินทาง/ประชาชนทั่วไป เข้า-ออก ในพื้นที่ โดยต้องจัดให้มีการลงทะเบียน เข้า - ออก พื้นที่อย่างเข้มงวด

หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนศูนย์โควิด- 19 สสจ.ลำปาง โทร 093 140 8023 ในวันและเวลาราชการ หรือ สอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านของท่าน

ทั้งนี้นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้กล่าวถึงคลัสเตอร์บ้านแหงว่า ขณะนี้ในหมู่บ้านมีทั้งผู้ติดเชื้อสูง-ต่ำ เกือบครึ่งหมู่บ้านแล้ว ขณะที่ หมอ-พยาบาล 27 คน ตรวจเชื้อและผลออกมาเป็นลบทุกคนจึงให้กลับมาทำงานได้  เหตุที่เกิดก็เพราะการปกปิดข้อมูลของผู้ป่วยที่ไม่บอกว่ามีลูกหลานกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงก็ไม่เฝ้าระวังตัวเอง แต่กลับไปดื่มสังสรรค์จนมีผู้ติดเชื้อขยายวงกว้างและยังไม่รู้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกกี่คน ซึ่งผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นวันนี้ในพื้นที่ บ้านแหง 14 คน ขณะนี้ต้องนำตัวไปรักษาที่ รพ.เกาะคา เนื่องจาก รพ.งาว มีผู้ป่วยและ หมอ พยาบาล ถูกกักตัวจากกรณีดังกล่าวด้วย


และด้วยคนในหมู่บ้านแหง ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว14คน และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ กระจายไปเกือบครึ่งหมู่บ้าน บางส่วนเริ่มเกิดความเครียด มองเห็นแต่หมอ พยาบาล เข้าออกหมู่บ้าน เข้ามาตรวจคนในหมู่บ้าน จึงมีการโพสต์ขอนักจิตวิทยาเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฟสบุ๊คของคุณ Chutma Chuenhuajai ซึ่งเป็นชาวบ้าน บ้านแหง โพสต์ว่า “หลังจากสถานการณ์โควิด-19ที่บ้านแหงผ่านไป สิ่งที่ต้องการคือนักจิตเวชเข้ามาในชุมชน...
ทุกวันนี้รับโทรศัพท์วันละหลายๆครั้งจากผู้สัมผัสเสี่ยงรอตรวจ ทุกคนเครียด ร้องไห้”

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันนี้ ( 3 พ.ค.) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มีคำสั่งจังหวัดลำปาง ที่ ๑๙๓๒/๒๕๖๔ เรื่องมตราการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยกระดับพื้นที่ 2 ตำบล คือ ตำบลบ้านร้อง และ ตำบลบ้านแหง อ.งาว เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) หลังจากในพื้นที่สองหมู่บ้านใน2ตำบลมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้