อจ.แม่ทะ ประกาศยกเลิกหนังสือสุทธิ-ให้พ้นสมณเพศ "ครูบาบุญเป็ง" หน่วยงานเดินหน้าสางเรื่องร้องเรียน-เงินบริจาค ต่อ

Last updated: 2021-05-31  |  5902 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อจ.แม่ทะ ประกาศยกเลิกหนังสือสุทธิ-ให้พ้นสมณเพศ "ครูบาบุญเป็ง" หน่วยงานเดินหน้าสางเรื่องร้องเรียน-เงินบริจาค ต่อ

 

 

หลังจาก พระครูสิริชัยพิพัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ได้ประกาศสำนักงานเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ ที่03/2564 เรื่อง พระบุญเป็ง โชติปญโญ วัดห้วยฟ้าหลั่ง พ้นจากสมณเพศ ลงวันที่ (29 พ.ค.) โดยระบุว่าพระบุญเป็ง หรือ ที่รู้จักในนาม ครูบาบุญเป็ง ต้องการไปใช้ชีวิตแบบฆารวาสกับลูกหลานในวัยชรา สร้างความสงสัยกับผู้ศรัทธาและประชาชนชาวลำปางและลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากว่าเกิดอะรไขึ้น



จากการสอบถามพระครูสิริชัยพิพัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะ ท่านเมตตาเล่ารายละเอียดให้ฟังว่า เมื่อประมาณปลายปี 2563 หลังจากมีการประชาสัมพันธ์ของทางวัดและสื่อโซเซียลต่างๆเกี่ยวกับการจัดงาน อายุวัฒนมงคลครบรอบ100ปี และมีการรับบริจาค จากนั้นจึงมีประชาชนร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง และทาง จังหวัดแจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ทะ และนายอำเภอแม่ทะได้ขอให้ทางเจ้าคณะอำเภอช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 เรื่องคือ 1.เรื่องอายุและพรรษา เนื่องจากทางวัดจะมีการจัดงานฉลองอายุวัฒนมงคลครบรอบ100ปี  โดยให้หน่วยงานราชการและคณะสงฆ์ยืนยันข้อเท็จจริง 2.ตรวจสอบการบริหารงานวัดห้วยฟ้าหลั่งว่ามีการบริหารงานอย่างไร เนืองจากวัดไม่มีเจ้าอาวาส/ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส (ครูบาบุญเป็งไม่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส) จึงควรตรวจสอบบัญชี-รับ-จ่ายและบัญชีเงินฝากธนาคารด้วย ต่อมาจึงมีการประชุมและแต่งตั้งพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมี พระครูวิธานพัฒนสุนทร เจ้าคณะตำบลแม่ทะ เป็นประธานฯ

 



ต่อมาคณะกรรมการทั้งหมดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ ได้เข้าพบ พระบุญเป็ง ที่วัดห้วยฟ้าหลั่ง เพื่อสอบถามประเด็นต่างๆ โดยขอดูหนังสือสุทธิหรือบัตรประจำตัวพระสงฆ์ ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบมีเพียงสำเนาหนังสือสุทธิที่ออกให้ตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2544 โดยพระครูอนุรักษ์ ธรรมคุณ พระอุปัชฌาย์ ที่ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่อนสอน เพียงฉบับเดียว ซึ่งทางพระบุญเป็ง ให้ข้อมูลว่าฉบับอื่นหาย และยังได้ใช้หนังสือสุทธิฉบับดังกล่าวประกอบในการขอตั้งวัดห้วยฟ้าหลั่งด้วย


ทางอำเภอแม่ทะและสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งทางทะเบียนราษฎร์ทั้งหมดตั้งแต่ฉบับมือเขียน(รุ่น2515) เริ่มตั้งแต่ต้นทางคือในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีการขอทำบัตรประชาชน สลับกับการมีสถานะเป็นพระ และตรวจสอบหนังสือสุทธิจากเจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงพบว่าหลังจากที่บวชครั้งแรกในปี 2544 พระบุญเป็งได้ทำการ “สึกบก” (สึกเอง) โดยเปลี่ยนสถานะจากพระเป็นฆารวาสและไปใช้ชีวิตตามปกติมีครอบครัวมีลูก ก่อนจะกลับมาสวมผ้าเหลืองโดยใช้หนังสือสุทธิเดิมครั้งแรกตลอดมา แต่มาทำสุทธิปลอมและถูกยกเลิกไป โดยเปลี่ยนฉายาจากที่เดิมที่บวชใช้ พระเป็ง โชติปญฺโญ แต่ หลังจากนั้นก็หันมาใช้ ครูบาบุญเป็ง จกฺกรตโน ซึ่งในเรื่องดังกล่าว สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางระบุว่าจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของทางราชการพบว่ามีการกลับออกมาใช้ชีวิตแบบฆารวาส อย่างน้อย 3 ครั้งระหว่างที่บวช


        ต่อมาทางเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เข้าพบพระบุญเป็งพร้อมนำข้อมูลต่างๆรวมถึงทะเบียนราษฎร์ ซึ่งปรากฎชื่อของนายบุญเป็ง เป็นบิดา พระบุญเป็งปฎิเสธทุกคำถาม โดยบอกว่าตนเองบวชมาตั้งแต่อายุ22 และสึกเองโดยเป็นฆารรวาสเพียง6วันก็กลับบวชคือการกลับไปสวมผ้าเหลืองและไม่เคยสึกออกมาอีกเลย และปฎิเสธการมีครอบครัวและไม่มีลูก   ซึ่งวันถัดมาบุตรสาวของพระบุญเป็งได้เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพราะเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเพียงเรื่องรายรับ-รายจ่ายและเงินบริจาคของวัด จึงเดินทางมาพบกับเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอแม่ทะเพื่อชี้แจงความบริสุทธิใจว่าลูกหลานรวมถึงคนในครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเงินวัดแต่อย่างใด พร้อมให้ข้อมูลว่าตนเองเป็็นลูกของพระบุญเป็ง โดยพระบุญเป็งมีลูกรวมทั้งสิ้น9คนและเสียชีวิตไป เหลือ6คน โดยบอกว่าสาเหตุที่พ่อกลับมาบวชอีกครั้งเพราะเสียใจที่ลูกป่วยและตนเองซึ่งเดิมเป็นหมอพื้นเมืองไม่สามารถรักษาลูกได้จึงตัดสินใจบวช ซึ่งทำให้รู้ว่าพระบุญเป็งเคยสมรสและมีบุตรจริง ซึ่งการมาให้ข้อมูลของลูกสาวในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกไว้ทั้งหมด


         ต่อมาเจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ตรวจสอบหนังสือสุทธิของพระเป็งแล้วรายงานว่าหนังสือสุทธิที่พระเป็งใช้ในปัจจุบันนั้นมีความผิดปกติหลายประการและเป็นข้อมูลไม่ถูกต้องและให้ยกเลิกหนังสือสุทธิสังกัดวัดสบป่อง อำเภอปางมะผ้า ที่พระเป็งใช้ ตั้งแต่บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะจึงมอบหมายให้เจ้าคณะตำบลนำเรื่องดังกล่าวแจ้งให้พระบุญเป็งทราบเพื่อให้แสดงหนังสือสุทธิฉบับอื่น เพื่อแสดงถิ่นที่อยู่และความบริสุทธิ์แห่งการครองสมณเพศ กรณีไม่มีหนังสือสุทธิเล่มอื่นมาแสดง ให้ไปร้องขอให้พระอุปัชฌาย์ที่ทำการอุปสมบทออกหนังสือให้และนำมาแสดงภายใน15วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่นมา เมื่อเจ้าคณะตำบลแม่ทะเข้าตรวจสอบที่วัดแต่ปรากฎว่าไม่พบพระบุญเป็ง มีเพียงเอกสารสำคัญของวัด คือสำเนาทะเบียนบ้านวัด ที่ปรากฎหน้า2 ลำดับที่1 คำนำหน้าจากพระเป็ง จันทร์ต๊ะมูล แก้เป็น นายเป็ง จันทร์ต๊ะมูล และใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ปลายทางไปยังบ้านเลขที่อื่น (โดยไม่ปรากฎการลาสิขา)

       ขณะเดียวกัน วันที่28พ.ค.ทางอำเภอแม่ทะได้รับการประสานจาก จนท.งานทะเบียนราษฎร์ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เพื่อขอตรวจสอบหลักฐานการสละสมณเพศของนายเป็ง ซึ่งได้แต่งกายเป็นฆารวาส และเดินทางไปขอทำบัตรใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอหางดง แต่ทางงานทะเบียนยังไม่สามารถออกให้ได้เพราะขาดหลักฐานดังกล่าว ทางอำเภอจังแจ้งให้เจ้าคณะอำเภอแม่ทะทราบ
       วันที่29 นายบุญเป็งมาพบเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ แต่ปรากฎว่ากลับ มาในชุดพระสงฆ์เช่นเดิม โดยมาขอคัดสำเนาหนังสือสุทธิที่ทางสังกัดวัดสบป่องสั่งให้ยกเลิก เพื่อนำไปขอออกบัตรประชาชน โดยไม่มีการลาสิขาอีกเช่นเคยโดยบอกเพียงว่าไม่ต้องสึกอะไรละเพราะตนเองมีเสื้อผ้าอยู่ในรถแล้ว ก่อนที่จะกลับไป จากนั้นเจ้าคณะอำเภอแม่ทะจึงออกประกาศการพ้นจากสมณเพศของพระบุญเป็งดังกล่าวในวันเดียวกัน



พระครูสิริชัยพิพัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ได้ฝากข้อคิดให้กับญาติโยมว่าการทำบุญกับพระ ควรดูก่อนว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม ที่ผ่านมาญาติโยมจะไม่ค่อยเข้าใจกฎหมายพระ พอเห็นพระอยู่ศาลา อยู่ข้างถนนก็ไปอุปถัมภ์ค้ำจุน ก่อนจะทำบุญควรตรวจสอบความเป็นสถานะของพระเสียก่อน พระดีหรือพระไม่ดี พระจริงพระปลอม อันดับแรกคือต้องตรวจสอบว่าพระมีหนังสือสุทธิไหมและจะมีตราปั้มของเจ้าคณะแต่ละพื้นที่เหมือนกันทั่วประเทศ  ญาติโยมที่หลงงมงายเกี่ยวกับการทำบุญทำกุศลมากโดยใช่เหตุ จงคิด จงใช้สติ ไม่ใช่เห็นพระมารยาทดีก็ทำบุญไป สมัยนี้พระจรจัดพระปลอมเยอะ เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ส่วนที่ทำบุญสร้างโบสถ์วิหารต่างๆ ตามกฎหมายพระ ก็ต้องมีแบบแปลน เหมือนชาวบ้านจะสร้างบ้านก็ต้องมีแบบมีแปลน ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน และต้องมีงบประมาณอยู่ส่วนหนึ่งจึงจะสร้างและขอเรี่ยไรรับบริจาคได้ ส่วนวัดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่นสำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ จะเรี่ยไรไม่ได้ ในภาคเหนือภาค6 สิ่งที่จะเรี่ยไรได้ ขอรับบริจาคได้ก็จะมี ฉัตร ช่อฟ้า ลูกนิมิตร เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นทำไม่ได้


ทางด้านบุญยะเดช ธิธรรมมา ผญบ.แม่ทะ ม.1 ต.แม่ทะ วัดห้วยฟ้าหลั่ง บอกว่าหลังจากที่เจ้าคณะอำเภอแม่ทะมีประกาศให้พระบุญเป็งพ้นจากพ้นจากสมณเพศ ชาวบ้านก็เริ่มรับทราบแล้ว และอยากฝากถึงผู้ที่ศรัทธาอดีพระเป็งให้ทราบว่าขณะนี้นายเป็งไม่ได้เป็นพระอีกแล้วและไม่ได้อยู่ที่วัดห้วยฟ้าหลั่งแห่งนี้แล้ว ส่วนการดำเนินการฟื้นฟูวัดทางเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เีกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงคณะกรรมการหมู่บ้านจะได้มาประชุมเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยเร็วที่สุดต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้