คณะสงฆ์แม่ทะ แจง กรณี ประกาศครูบาบุญเป็งพ้นสมณเพศ-ตรวจสอบทรัพย์สินวัด-เร่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสภายใน15วัน

Last updated: 2021-06-01  |  976 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คณะสงฆ์แม่ทะ แจง กรณี ประกาศครูบาบุญเป็งพ้นสมณเพศ-ตรวจสอบทรัพย์สินวัด-เร่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสภายใน15วัน

ตลอดช่วงเช้าวันนี้ ที่วัดห้วยฟ้าหลั่ง ม.1 บ้านแม่ทะ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พระครูวิธานพัฒนสุนทร เจ้าคณะตำบลแม่ทะ พร้อมด้วย พระมหาวัชรวีร์ วชิรเมธี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ   พระครูอุปถัมภ์ นพกิจ เจ้าอาวาสวัดบ้านจว้าก  พระครูโสพิศ วชิระคุณ พระวิญญาธิการ อ.แม่ทะ นายจำเริญ ศรีคำมูล ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ปลัดอำเภแม่ทะ เข้าร่วมทำความเข้าใจและชี้แจงกรณีประกาศให้ครูบาบุญเป็งพ้นสมณเพศและการดำเนินงานต่อจากนี้ โดยมี นายบุญยะเดช ธิธรรมมา ผญบ.แม่ทะ ม.1 และชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 20 คนเข้าร่วมรับฟัง

พระมหาวัชรวีร์ วชิรเมธี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ ได้กล่าวถึงความเป็นมาเป็นไปของการที่เจ้าคณะอำเภอแม่ทะออกประกาศให้ครูบาบุญเป็งพ้นสมณเพศเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า สืบเนื่องจากในช่วงเดือน พ.ย.ปี 2563 ทางเจ้าคณะอำเภอแม่ทะได้รับการร้องเรียน จากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ทะ เรื่องขอตรวจสอบอายุพรรษา และการบริหารการจัดการของวัด เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้มีการประโคมข่าวขอเรี่ยไรเงินทองต่างๆ เพื่อนำมาก่อสร้างภายในวัดและภายนอก โดยใช้ชื่อหลวงพ่อบุญเป็งและวัดห้วยฟ้าหลั่ง ประกอบกับวัดห้วยฟ้าหลั่งไม่มีเจ้าอาวาส ไม่มีผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด  ทั้งๆที่วัดแห่งนี้หลวงพ่อบุญเป็งเป็นผู้ริเริ่มสร้างเมื่อปี 2558 และได้รับการตั้งให้เป็นวัดโดยถูกต้องตามกฎหมายในช่วงเข้าพรรษา และขณะนั้นได้มีการแต่งตั้งหลวงพ่อบุญเป็งเป็นเจ้าอาวาสแล้ว และได้นำตราตั้งไปมอบในอุโบสถในวันเข้าพรรษาแต่หลวงพ่อบุญเป็งปฎิเสธว่าไม่รับตำแหน่งใดๆ จึงได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้น จึงได้มีการปลดหลวงพ่อบุญเป็งออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสต่อไป


ต่อจากนั้นก็มีการส่งหลานของหลวงพ่อบุญเป็งที่บวชอยู่ด้วยกันที่นี่เป็นรักษาการแทนจนเรียนจบและสึกออกไป จากนั้นก็ไม่มีรักษาการเจ้าอาวาสอีกเลยเหมือนกับว่าพระลูกวัดอยู่ด้วยกันเองมาตลอด จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาที่นำเงินมาบริจาคเคลือบแคลงสงสัย จึงทำหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบไปที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ทะ และ ก็ส่งมาให้เจ้าคณะผู้ปกครองที่หลวงพ่อฯอาศัยอยู่ ก็คือ เจ้าคณะอำเภอตรวจสอบ

ซึ่งก็ได้มีการตรวจสอบแล้ว โดยมีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบโดยมี เจ้าคณะตำบลแม่ทะ เป็นประธานในการตรวจสอบ มีพระในพื้นที่เข้าร่วม และประสานไปยังสำนักพระพุทธศานา และ อำเภอแม่ทะ ซึ่งก็ได้เข้าร่วมตรวจสอบด้วย แต่หลังจากที่ตรวจสอบไปได้ระยะหนึ่งซึ่งหลวงพ่อก็ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ได้มีการรายงานให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทราบเป็็นลายลักอักษรแล้ว ในการตรวจสอบรอบแรก แต่ด้วยระหว่างการตรวจสอบมีอุปสรรคขัดขวางเพราะมีผู้มีอิทธิพลบางคนหรือลูกศิษย์ลูกหา เข้ามายุ่งเกี่ยวทำให้การตรวจสอบต้องสืบในทางลับ รวมถึงผู้ร้องเรียนก็ทำหนังสือไปขอยกเลิก แต่ประเด็นนั้นก็ได้รับทราบไว้ แต่ด้วยกรณีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการ้องเรียนอย่างเดียวแต่เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนาด้วย ดังนั้นเมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วก็ต้องตรวจสอบให้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะประเด็นที่จะต้องเคลียร์ให้บริสุทธิ์ก็คือ เรื่องใบสุทธิ เนื่องจากว่า ใบสุทธิของหลวงพ่อมีข้อไม่ถูกต้องหลายประการ จึงได้ส่งสำเนาใบสุทธิให้ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางประสานงานไปยังสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนตรวจสอบ เนื่องจากหนังสือสุทธิดังกล่าวออกโดยเจ้าคณะอำเภอปางมะผ้า เมื่อเรื่องไปถึงตามขบวนการซึ่งก็ใช้เวลาหลายเดือนตั้งแต่เดือน พ.ย. 63 จนถึง พ.ค.64 จนกว่าผลจะปรากฎชัดว่าเจ้าคณะอำเภอปางมะผ้าสั่งยกเลิกหนังสือสุทธิของพระบุญเป็ง โดยเหตุผลบางประการไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด  ก่อนที่จะส่งเรื่องกลับมายังเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ ซึ่งเป็นผู้ปกครองที่พลวงพ่อบุญเป็งมาอาศัยอยู่ จึงได้ส่งเรื่องให้เจ้าคณะตำบลแม่ทะ ให้นำเรื่องการแจ้งยกเลิกหนังสือสุทธิให้หลวงพ่อทราบ ซึ่งหลวงพ่อก็รับทราบโดยตลอดและไม่มีข้อโต้แย้ง เมื่อหนังสือสุทธิถูกยกเลิกไปแล้ว ก็ทำให้หลวงพ่อไม่มีหนังสือสุทธิที่ถืออยู่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์แห่งสมณเพศและถิ่นที่อยู่ จึงขอให้หลวงพ่อไปขอออกหนังสือสุทธิเล่มใหม่จากพระอุปัชฌาที่หลวงพ่อได้ไปบวชมาล่าสุดมาแสดงต่อเจ้าคณะอำเภอ โดยให้เวลา 15 วัน ซึ่งหากท่านได้มาเรื่องทั้งหมดก็จบ แต่ปรากฎว่าวันที่ 28 พ.ค.หลวงพ่อเดินทางไปขอคัดสำเนาเอกสารลับที่ถูกยกเลิกเพื่อนำไปประกอบคำขอบัตรประชาชน ซึ่งก็ให้หลวงพ่อเซ็นต์คำขอและมอบสำเนาให้โดยหลวงพ่อให้เหตุผลด้วยวาจาว่าชราแล้วอยากใช้ชีวิตบั้นปลายไปอยู่กับลูกหลาน และหลังจากที่หลวงพ่อรับสำเนาหนังสือไปแล้ว ในวันเดียวกัน ก็ได้แจ้งให้เจ้าคณะตำบลส่งพระเลขานุเข้าไปดูที่วัดเพื่อตรวจสอบว่าหลวงพ่อได้มีการดำเนินการถ่ายบัตรใหม่แล้วหรือไม่อย่างไร แต่ปรากฎว่ามาพบทะเบียนบ้านของวัดที่มีการย้ายชื่อออกไปยังที่อยู่ใหม่ และเปลี่ยนคำนำหน้าจากพระเป็นนายไปแล้ว


ส่วนที่เจ้าคณะอำเภอแม่ทะได้ออกประกาศการพ่นสมณเพศของพระบุญเป็งนั้น ก็เพราะหลวงพ่อไม่มีใบสุทธิ ดดยปกติพระที่จะลาสิขาจะต้องมีการบันทึกในใบสุทธิหน้า22 จะมีบันทึกการพ้นจากวัด โดยหน้านั้นพระเถระฯ ผู้ที่ทำการสึกให้จะต้องลงรายละเอียด วัน เดือน ปี เวลา สถานที่ ที่พระรูปนั้นลาสิกขา และเซ็นต์รับรองหากเป็นเจ้าคณะผู้ปกครองก็จะมีตราประทับด้วย เพื่อเอาเอกสารตัวนี้ไปขอทำบัตรประชาชนฆาราวาส แต่หลวงพ่อไม่มี ดังนั้นผู้ที่เคยอยู่ในสมณเพศเคยนุ่งเหลืองห่มเหลืองแล้วอยู่ๆไปใส่ผ้าลาย โดยเฉพาะหลวงพ่อบุญเป็งมีคนนิยมในกลุ่มผู้นิยมวัตถุมงคลหรือลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพนับถือ ก็อาจมีความสงสัย จึงได้มีการออกประกาศเพื่อทดแทนการบันทึกพ้นสังกัดวัดหน้า22 แทนหนังสือสุทธิ เพื่อให้สังคมได้รับทราบว่าขณะนี้พระบุญเป็งพ้นจากความเป็นสมณเพศกลับสู่ความเป็นฆารวาสคือนายบุญเป็งหรือุ้ยบุญเป็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะที่ไปพบอาตมา หลวงพ่อบุญเป็งก็เรียกตัวเองว่าอุ้ยแต่ขณะนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดฆารวาส  ซึ่งหลวงพ่อก็ได้ถามว่าพิธีสึกไม่ต้องมีก็ได้ เพราะมีเสื้อผ้าที่เตรียมมาแล้วและจะถ่ายบัตรทันที อาตมาก็ได้บอกว่าก็เอาตามที่หลวงตาจะพิจารณาและเห็นสมควร ซึ่งสำนักงานก็อนุเคราะห์ตามที่ขอแล้ว ทั้งหมดคือที่มา

ส่วนการเดินหน้าต่อจากนี้เบื้องต้นก็จะให้เจ้าคณะตำบลเข้ามาดูแล และให้เสนอชื่อรักษาการเจ้าอาวาสภายใน15วัน พร้อมทั้งให้มีการสำรวจทรัพย์สินของวัดที่มีอยู่ให้หมด และหลังจากที่วัดได้รับการแต่ตั้งเจ้าอาวาสแล้วก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป


นายจำเริญ ศรีคำมูล ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ก็ได้บอกว่าที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไปและมาเริ่มต้นกันใหม่ให้ถูกต้อง ดดยเฉพาะเรื่องการใช้ที่ดินของวัด ต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนและให้นำโฉนดของวัดส่งให้สำนัดพุทธฯเป็นผู้ดูแล ต้องมีการแต่งตั้งไวยาวัจกร ต้องมีการทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ-รายจ่ายของวัดทุกเดือน


ขณะที่ชาวบ้านที่มาประชุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและศรัทธาในตัวอดีตพระบุญเป็งก็บอกว่า ก่อนที่นี่ไม่มีอะไรมีเพียงศาลาเสา9ต้น เมื่อพระบุญเป็งมาอยู่ก็ได้ก่อสร้างสิ่งต่างๆไว้มากมายซึ่งปัจจุบันก็จะเห็นว่ามีศาลาเอนกประสงค์ ศาลากลางน้ำ และอื่นๆ แม้ตลอดระยะเวลาเกือบ 16 ปีที่อดีตพระบุญเป็งอยู่ที่นี่จะไม่เคยมีบัญชีของวัด มีแต่บัญชีส่วนตัวที่ให้ญาติโยมบริจาคก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าเงินส่วนใหญ่นำมาสร้างสิ่งต่างๆภายในวัดและที่อื่นๆ ซึ่งก็รู้สึกเสียดายที่พระบุญเป็งกลับไปเป็นฆารวาส แต่ทั้งนี้ก็จะยังไม่ทิ้งวัดและจะยังมาช่วยพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองและทำตามระเบียบ ตามกฎหมาย ต่อไป 



 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้