กลิ่นแปลกๆ ที่ดินลำปางสอบพิกัดเขตบ่อขยะลุงแก้วเกือบ10ปียังระบุไม่ได้-ที่ดินมีเอกสารสิทธิหรือที่ป่า

Last updated: 2021-08-30  |  431 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กลิ่นแปลกๆ ที่ดินลำปางสอบพิกัดเขตบ่อขยะลุงแก้วเกือบ10ปียังระบุไม่ได้-ที่ดินมีเอกสารสิทธิหรือที่ป่า

กรณี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลำปางได้ร่วมกันจับกุมรถบรรทุก12ล้อ ยี่ห้อฟูโซ่สีขาว ทะเบียน 831763 กำแพงเพชร ซึ่งบรรทุกขยะมาจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนายพรชัย อร่ามเรือง อยู่บ้านเลขที่ 68 ม.3 ต.ศลกบาตร อ.อำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร คนขับรถ ซึ่งรับสารภาพว่าขนขยะมาทิ้งที่บริเวณบ่อขยะของนายเอกสิทธิ์ วงศ์อ๊อด  หรือที่รู้จักกันคือ “บ่อขยะลุงแก้ว” ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านจำบอน ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดรถและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบภายในพื้นที่ที่ทิ้งขยะ พบว่ามีพื้นที่หลายสิบไร่ ทั้งที่ถูกฝังกลบไปแล้วและที่ถูกนำมาทิ้งใหม่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งในวันดังกล่าวทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้สั่งการให้มีการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดว่าเป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ หรือ มีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่ โดยให้ทราบผลภายใน7วัน คือวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (วันนี้ที่  30  สิงหาคม)  ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยได้สอบถามไปยังนายธวัชชัย ปินตาสี นายกเทศมนตรีตำบลต้นธงชัย ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเทศบาลฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาด้านสาธารณสุขไปแล้ว พร้อมทั้งได้นำป้ายประกาศห้ามทิ้งขยะมูลฝอยในพื้นที่บ่อขยะเก่าลุงแก้วหรือบ่อขยะเอกชนอื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไปติดไว้ที่หน้าบ่อขยะลุงแก้วแล้ว ส่วนเรื่องการตรวจสอบพิกัดที่ดินของบ่อขยะนั้นจากที่ลุงแก้ว นำมาแสดง จำนวน 3 ฉบับ พบว่าที่ดินทั้ง 3 แปลงดังกล่าว อ.เมืองลำปาง ได้ออกหนังสือรับรองให้ไว้เพื่อรับรองการทำประโยชน์แก่ นางฟองแก้ว จีนากุล , นายอรุณศักดิ์ ณ ลำปาง และ นางมี เรือนกำ  โดยลุงแก้วอ้างว่าได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี แล้ว และวันที่ 20 มิ.ย. 2555 ทางลุงแก้ว ได้ยื่นคำร้องขอรังวัดตรวจสอบเนื้อที่ของหนังสือรับรองการทำประโยชน์

เลขที่ 954 โดยได้ชำระค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในกาดำเนินการให้กับสำนักงานที่ดินลำปางเรียบร้อยแล้ว และช่างรังวัดได้นัดหมายเข้ารังวัดตรวจสอบที่ดินเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2555 แต่ไม่มีผลการตรจสอบที่ดินมาแสดง และลุงแก้ว ก็ไม่ได้ให้การใด ๆ เกี่ยวกับผลการตรวจสอบรังวัดที่ดินดังกล่าว

และเมื่อตรวจสอบสำเนาหนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดลำปาง ได้แจ้ง ทต.ต้นธงชัย เกี่ยวกับผลการตรวจสอบตำแหน่งที่ดินบริเวณที่ทิ้งขยะที่ ทต.ต้นธงชัย จัดส่งค่าพิกัดไปให้สำนักงานที่ดินจังหวัดลำปางตรวจสอบ ปรากฏว่าตำแหน่งที่ดินที่ตรวจสอบอยู่ในเขตป่าแม่เมาะแปลง2 แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตำแหน่งตามค่าพิกัดดังกล่าวได้มีการออกเอกสารสิทธิประเภทใดหรือไม่ จากเอกสารดังกล่าวข้างต้น จึงยังไม่สามารถตรวจสอบได้

ว่าที่ดินบริเวณที่เป็นที่ทิ้งขยะดังกล่าว เดิมเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่เมาะแปลง 2 แต่สำนักงานที่ดินจังหวัดลำปางไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าได้ออกเอกสารสิทธิประเภทใดแล้วหรือไม่ ซึ่งลุงแก้ว ได้นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำนวน 3 ฉบับ มาแสดง โดยอ้างว่าเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณที่เป็นที่ทิ้งขยะและปัจจุบันตนได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวและได้นำหลักฐานการยื่นขอรังวัดตรวจสอบที่ดินดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลการรังวัดเป็นประการใด ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดว่าที่ดินที่เป็นที่ทิ้งขยะดังกล่าวเป็นที่ดินประเภทใด และจะทำให้ลุงแก้วได้สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวหรือไม่ จึงแจ้งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดลำปาง และ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่3 (ลำปาง) ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปแล้ว 

ล่าสุดทราบว่าด้วยเรื่องดังกล่าวคาราคาซังมานานเกือบ10ปี ซึ่งหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการรังวัดเพื่อให้ที่ดินดังกล่าวมีความชัดเจนก็ไม่สามารถทำได้และปล่อยทิ้งจนทำให้เกิดปัญหาซ้ำซากมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้มีการนำเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางทราบเพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นการเร่งด่วนแล้ว


ขณะที่เรื่องการขนขยะข้ามถิ่นยังไม่หยุด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร สกัดจับได้คาด่านตรวจโควิดห้างฉัตร 2 คัน พร้อมคนขับ 2 คน โดยสารภาพว่ารับขยะมาจากพื้นที่เทศบาลตำบลมะเขือแจ้ จ.ลำพูน และจำนไปทิ้งที่บ่อขยะเอกชนในจังหวัดแพร่ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารได้จึงถูกจับกุมดำเนินคดี


ซึ่งการสอบถามนายอนันต์ ตาสิมูล ปลัดเทศบาลตำบลมะเขือแจ้ ต.มะเขือแจ้ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างบริษัทฯเก็บขยะ แต่ปรากำว่า บริษัทฯผู้รับจ้างลักลอบนำขยะมาทิ้งในบ่อเถื่อนของจังหวัดลำปาง บอกเพียงว่าทางเทศบาลได้ว่าจ้าง หจก.ธัชญาดา รีไซเคิล จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโดยทางอิเล็คทรอนิก เป็นผู้รับจ้างเก็บขยะมูลฝอยและสิ่งปฎิกูลของเทศบาล จำนวน 21 ม. โดยจะต้องจัดเก็บขยะมูลฝอยได้ตั้งเป้าไว้เดือนละ 250 ตัน ส่วนที่เกินผู้รับจ้างต้องรับภาระไป ส่วนที่ผู้ประกอบการเมื่อเก็บขยะแล้วจะนำไปทิ้งที่ไหนก็เป็นเรื่องของผู้ประกอบการเอง โดยคิดค่าจ้างเดือนละ 330,000-370,000 บาท ปีละกว่า 4 ล้านบาท ส่วนที่ผู้ประกอบการฯนำขยะไปแอบทิ้งในพื้นที่ลำปางนั้นก็จะได้เรียกผู้ประกอบการมาสอบถามอีกครั้งว่าทำไมถึงนำไปทิ้งในบ่อขยะที่ไม่ได้แจ้งไว้กับทางเทศบาล ส่วนบ่อขยะที่ผู้ประกอบการได้แจ้งไว้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดแพร่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้