พ่อแม่ไม่ติดใจ-เชื่อคู่หูต่างวัยไม่เจตนายิงลูก-หลังไปหาของป่าด้วยกันและเห็นเป็นหมูป่าจึงคว้าปืนยิงดับ-เผยผู้ก่อเหตุสะเทือนใจไม่แพ้กัน

Last updated: 2021-09-21  |  965 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่อแม่ไม่ติดใจ-เชื่อคู่หูต่างวัยไม่เจตนายิงลูก-หลังไปหาของป่าด้วยกันและเห็นเป็นหมูป่าจึงคว้าปืนยิงดับ-เผยผู้ก่อเหตุสะเทือนใจไม่แพ้กัน

จากกรณีที่เช้ามืดวานนี้ (20 ก.ย.) ชาวบ้านบ้านทุ่งโป่ง ม.1 ต.เมืองปาน  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยมณีดวงแก้วกุศลสงเคราะห์  ร่วม 30 นาย ได้เร่งเดินเท้าเข้าไปในป่าบริเวณหล้งห้วยชมพู เขตอถทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งต้องเดินเท้ากว่า 10 กิโลเมตร  เพื่อเข้าไปช่วยนายธนู สายคำอายุ 49 ปี ซึ่งถูกนายบุญธรรม ล่ำสูง อายุ 65 ปี เพื่อนต่างวัยยิงด้วยปืนลูกซองระหว่างเข้าไปหาของป่าด้วยกัน เนื่องจากนายบุญธรรมเห็นเป็นหมูป่าโดยกระสุนเข้าที่อก1นัดและที่ขาซ้าย7นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่นายบุญธรรมจะช่วยเหลือเบื้องต้นและรับออกจากป่ามาบอกญาติและร่วมกับชาวบ้านกลับเข้าไปในป่าเพื่อช่วยเหลือแต่ก็สายเกินไปเมื่อไปถึงปรากฎว่านายธนูได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้ช่วยกันหามลำเลียงร่างของนายธนูออกจากป่า ข้ามลำห้วย มายังจุดจอดรถเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งเบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจเพราะเชื่อว่านายบุญธรรมไม่มีเจตนาที่จะยิงนายธนู เพราะทั้งคู่ถือว่าเป็ฯเพื่อนค่างวัยที่สนิทกันมาก คล้ายกับเป็นญาติห่างๆไปไหนก็จะชวนไปด้วยกันเสมอ ซึ่งนายบุญธรรมจะรักนายธนูเหมือนน้องคนหนึ่ง


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 199 บ้านทุ่งโป่ง ม.1 ต.เมืองปานซึ่งเป็ฯบ้านของผู้เสียชีวิตพบว่าวันนี้ที่บ้านกำลังจัดเตรียมสถานที่เพื่อทำบุญให้กับผู้ตาย ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายสมบูรณ์ สายคำ อายุ 82 ปี และ นางฟองคำ ลาภมาก อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งโป่ง ได้เล้าให้ฟังว่า ทั้งคู่ได้ออกจากบ้านเพื่อไปหาของป่าตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.และไปค้างคืน1 คืน กระทั่งช่วงสายของวานนี้ ( 20 ก.ย.) เวลาประมาณ 08.30-09.00 น. นายบุญธรรมได้ออกจากป่ามาและไปบอกที่บ้านว่านายธนูถูกยิงทุกคนก็ยังไม่ได้ถามไถ่ถึงสาเหตุใดๆเพราะต้องการเร่งเข้าไปช่วยเหลือจึงได้แจ้งชาวบ้านและรีบเดินทางเข้าไปในป่าโดยมีนายบุญธรรมนำทางไป ซึ่งต้องเดินเท้าจากลำห้วยชมพูเข้าไปอีกกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อไปถึงก้พบว่านายธนูเสียชีวิตแล้ว 


ซึ่งจากการบอกเล่าของนายบุญธรรม ได้เล่าว่าช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 04.00-05.00 น. (20 ก.ย.) ทั้งสองคนได้แยกกันออกหาของป่าคนละฝั่งของดอย นายบุญธรรมมองเห็นนายธนูเป็นหมูป่าจึงตัดสินใจเอาปืนยิง แต่หลังจากยิงแล้วก็ได้ยินเสียงร้องโอ๊ย นายบุญธรรมจึงรีบไปดูก็พบว่าเป็นนายธนูจึงได้ช่วยผยุงร่างลงมาจากบนยอดอยลงมาตีนดอยจนถึงลำห้วยและรีบออกจากป่าเพื่อมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งทางพ่อและแม่ญาติพี่น้องเชื่อว่านายบุญธรรมไม่มีเจตนายิงนายธนูแน่นอนแต่เมื่อเรื่องเป็นไปแล้วก็ไม่รู้ทำอย่างไรก้ได้แต่บอกลูกว่าไม่ต้องเป็ฯห่วงอะไรแล้วลูกๆพ่อแม่จะดูแลเองและหากเกิดชาติหน้าก็ขอให้กลับมาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก

ขณะที่ลูกของนายบุญธรรมได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าขณะนี้จิตใจของพ่อแย่มาก เพราะสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ได้หาย่ามที่นำไปด้วยจากการสอบถามพ่อ ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ยิงปืนออกไปและได้ยินเสียงร้องก็รีบไปดู เมื่อรู้ว่าเป็นนายธนูที่ถูกยิงก็รีบช่วยเหลือโดยช่วยผยุงร่างของนายธนูค่อยๆไถลลงมาจากดอยมาพักอยู่ด้านล่างใกล้กับลำห้วยและได้หาย่ามมาหนุนศรีษะเพื่อให้พิงตัวและได้มนต์น้ำมนต์พรมให้นายธนูและบอกว่าจะหลับ และจะรีบออกมาหาคนเข้าไปช่วย แต่เมื่อเดินออกมาได้สักพักก้ได้ยินเสียงนายธนูร้องอีก พ่อก็ได้ย้อนกลับไปอีกรอบและพยายามบอกไม่ให้นายธนูหลับ และรีบกลับออกมาบอกญาติและชาวบ้านกลับเข้าไปช่วย ในขณะนั้นจึงไม่ได้ไถ่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเมื่อทราบก็รีบพากันเข้าไปในป่าเพื่อต้องการช่วยคนเจ็บเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเข้าไปก็พบว่านายธนูเสียชีวิตแล้ว พ่อของตนเองก็เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะทั้งคู่สนิทกันเข้าป่าด้วยกัน ไปไหนด้วยกันตลอด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้