จบดรามา! เจ้าอาวาสฯ-ทวงเงินกฐินรถม้าลำปางหนึ่งเดียวในโลกผ่านสื่อ-เจ้าภาพถอนเงินคืนวัดแล้ว

Last updated: 2021-11-24  |  472 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จบดรามา! เจ้าอาวาสฯ-ทวงเงินกฐินรถม้าลำปางหนึ่งเดียวในโลกผ่านสื่อ-เจ้าภาพถอนเงินคืนวัดแล้ว

เจ้าอาวาสขอบคุณหลังสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวฯ ถอนเงินกฐินขบวนรถม้าหนึ่งเดียวในโลกส่งเข้าวัดดังลำปางแล้ว..จบดรามาหลังเจ้าภาพขอวัดเปิดบัญชีใหม่-ดูแลการใช้เงินตามวัตถุประสงค์แต่วัดมีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว-ก่อนสมาคมฯจะนำเงินเข้าบัญชีสมาคมฯ เจ้าอาวาสออกมาทวงเงินกฐินผ่านสื่อจนเกิดกระแสวิจารณ์สนั่น

เมื่อเย็นวันที่ 23 พ.ย.64 พระอธิการชลฌาทิศ ชิตจิตโต เจ้าอาวาสวัดศรีรองเมือง ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวหลังจากเดินทางกลับจากธนาคาร ว่าได้เดินทางไปธนาคารพร้อมกับไวยาวัจกรวัดตลอดช่วงบ่าย เพื่อติดตามเงินที่สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เจ้าภาพทอดกฐินในปีนี้ นำเข้าเก็บไว้ในบัญชีธนาคารของสมาคมฯ

พระอธิการชลฌาทิศ บอกว่า ช่วงบ่ายวันที่ 23 พ.ย.สมาคมฯ ได้ถอนเงินจากบัญชีของสมาคมฯ  จำนวน 240,596.50 บาท ซึ่งเป็นยอดที่สมาคมฯ บอกว่าหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว และทางอาตมาก็ได้นำเข้าบัญชีของวัดแล้ว ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางสมาคมฯ ที่ยอมคืนเงินจากการทอดกฐินให้แก่วัดเพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ต่อไป และหากญาติโยมต้องการตรวจสอบการใช้เงินดังกล่าวสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ทุกเวลาไม่มีปัญหา

ส่วนกรณีที่ทางที่ปรึกษา สสนท.ลป. นายประเสริฐ เจียไพบูลย์ ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่าต้องการให้เจ้าอาวาสขอโทษเพราะอาบัติแล้วนั้น เจ้าอาวาสบอกว่า.."ไม่ขอโทษ เพราะอาตมาไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ควรขอโทษคือทางสมาคมฯ มากกว่าเพราะเป็นคนเอาเงินไป"

และที่บอกว่าพระที่ถือเงินต้องอาบัติ เจ้าอาวาสบอกว่า อาตมาไม่ได้จับเงิน เพียงแต่ให้ทางธนาคารเป็นผู้ดูแลให้เท่านั้นคงไม่อาบัติอะไร หากพระทุกรูปที่รับเงิน จับเงิน อาบัติ เชื่อว่าพระทั้งประเทศคงอาบัติหมดแล้ว ดังนั้นอาตมาจึงไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะอาตมาพูดความจริง เพราะสมาคมฯ เอาเงินไปเข้าบัญชีของสมาคมฯ จริง หากไม่มีการทวงก็คงไม่ได้ แต่วันนี้ทางวัดได้เงินแล้วก็ต้องขอบคุณ

เมื่อถามว่าเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ทางวัดจะยังรับกฐินอีกหรือไม่ พระอธิการชลฌาทิศบอกว่า ญาติโยมสามารถมาทอดได้ หากมีศรัทธาที่แท้จริง แต่ต่อไปนี้ทางวัดจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ที่จะจัดการเรื่องดังกล่าวให้เป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งหมด และจะไม่ให้มีปัญหาแบบนี้ สามารถติดต่ออาตมาได้เลย โดยไม่ต้องคำนึงถึงยอดเงินจะหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน ไม่ถึงล้าน ได้หมด เพราะบทเรียนครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพง สอนให้เรามีปัญญาเฉลียวฉลาดขึ้นจากที่ไม่ทันคน ก็ได้รู้ว่าต่อไปจะต้องให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นชุดๆ ในการดำเนินงาน อาตมาก็จะเป็นเพียงประธานคอยดูแล หากเห็นว่าสิ่งไหนไม่ถูกไม่ต้องก็จะบอกกล่าวและให้ปรึกษาหารือกันก่อน ต่อไปก็จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

“อยากฝากบอกไปยังวัดที่ยังไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ขอให้ดู อย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้ เอาไปเป็นตัวอย่างด้วย คือต้องตั้งคณะกรรมการวัดที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ คือเลือกคนที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องนี้อาตมาก็บอกว่าคนที่ เซ-ล้ม เราก็ไม่ควรไปทับถมเขา ให้โอกาสเขา เขาอาจจะผิดพลาดได้ สี่ขายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ฉะนั้นก็อย่าไปทับถมเขา ให้โอกาสเขา” 

 

สำหรับกฐินดังกล่าว  สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เป็นแม่งาน ได้มีการจัดงานทอดกฐิน วัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้บูรณะซ่อมแซมวัดศรีรองเมือง โดยใช้ชื่องานว่า “นั่งขบวนรถม้าทอดกฐินหนึ่งเดียวในโลก” เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ผู้มาร่วมงาน นั่งรถม้า จำนวนกว่า 50 คัน แห่กฐินบอกบุญไปรอบเมืองก่อนจะนำมาถวายที่วัดศรีรองเมือง และ ช่วงค่ำมีการจัดงานขันโตก การแสดง แสง-สี บนเวที โดยในงานมีผู้มีจิตศรัทธานำอาหารชนิดต่างๆ มาร่วมสมทบ และทำเป็นโรงทาน แก่แขกที่มาร่วมงานจำนวนมาก


ต่อมาวันที่ 20 พ.ย. ทางคณะกรรมการสมาคมฯ ได้เข้ามาสรุปยอดเงินและแจ้งค่าใช้จ่ายแก่เจ้าอาวาสและไวยาวัจกรวัด โดยเบื้องต้น ได้แจ้งยอดรายรับกฐินรวมกว่า 289,000 บาท และ มีเงินสมทบเพิ่มเติมอีกกว่าหนึ่งหมื่นบาท รวทเป็นเงินกว่าสามแสนบาท ทางสมาคมฯ เป็นผู้นำเงินไปเก็บรักษา โดยนำเข้าบัญชีของสมาคมฯ

วันที่ 22 พ.ย. เจ้าอาวาสออกมาร้องเรียนสื่อมวลชนว่าทางวัดไม่ได้รับเงินจากการทอดกฐินเนื่องจากสมาคมฯ นำเงินไปเข้าบัญชีสมาคมฯ ซึ่งทางวัดเห็นว่าไม่ถูกต้องเพราะต้องนำเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของวัด แต่ทางสมาคมฯขอให้ทางวัดเปิดบัญชีใหม่เพื่อให้มีตัวแทนของสมาคมฯ เป็น 1 ใน 3 ของผู้ที่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ โดยอ้างว่าการทอดกฐินมีวัตถุประสงค์ แต่เจ้าอาวาสไม่ยินยอมเพราะต้องการให้นำเข้าบัญชีวัดที่มีอยู่แล้ว เมื่อสมาคมฯขอนำเงินไปเก็บ อาตมาก็ต้องยอมให้เอาไปแต่ไม่ได้ให้เอาไปเข้าบัญชีของสมาคมฯ และไม่ได้มีการนัดหมายในการนำเงินมาให้กับทางวัดแต่อย่างใด อาตมาจึงต้องออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอเงินคืนวัด

ต่อมาวันที่ 23 พ.ย.  เจ้าอาวาส พร้อมทนายความของวัด มีการโทรศัพท์ติดต่อประสานงาน ไปยังทางสมาคมฯ เพื่อขอให้นำเงินมาคืนวัด มิฉะนั้นจะให้ทนายความเข้าแจ้งความซึ่งการติดต่อทางโทรศัพท์ จึงทราบว่า ทางสมาคมฯ ได้เข้าไปพบกับ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จว.ลำปาง เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ เจ้าอาวาสจึงได้ขอให้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง  เชิญคณะกรรมการมาพูดคุยและตกลงกันที่วัด ซึ่งมีทนายความวัดอยู่ด้วย

 

 



เมื่อมาถึงได้มีการพูดคุยกัน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้สอบถามข้อมูลทั้งฝ่ายวัด โดยเจ้าอาวาส ได้ยืนยันว่าทางวัดต้องการเงินกฐินคืนและยืนยันว่าขอให้นำเข้าบัญชีวัดเพียงอย่างเดียว ไม่เปิดบัญชีเพิ่ม และก่อนเกิดเรื่องอาตมาก็ไม่เคยอนุญาตให้นำเงินเข้าบัญชีสมาคมฯ

ด้านที่ปรึกษา สสนท.ลป.ได้บอกว่าในการพูดคุยกันวันที่ 20 พ.ย.ทางมาคมฯ ได้แจ้งว่าการทอดกฐินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ จึงต้องการให้ทางวัดเปิดบัญชีใหม่ ใช้ชื่อวัดโดยมีวัตถุประสงค์..แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม ประกอบกับเจ้าอาวาสบอกว่าเก็บเงินไว้ 2 คืนแล้วกลัวคนจะมาทำร้ายจะต้องรีบดำเนินการกับเงิน ทางสมาคมฯ จึงหวังดีนำเงินมาเก็บไว้ให้ก่อนโดยได้นำเข้าบัญชีสมาคมฯ พร้อมขอให้ใช้บัญชีที่มีชื่อไวยาวัจกรร่วมด้วย และจะมีการออกแบบก่อสร้างห้องน้ำห้องส้วมเสนอให้หน่วยงานพิจารณา เมื่อทำเสร็จมีเงินเหลือก็จะนำเงินโอนให้วัดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าอาวาสไม่ยินยอม ขอให้สมาคมฯ คืนเงินเข้าบัญชีวัด ทางสมาคมฯ ได้ขอเวลา 1 วันเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจเช็ครายละเอียด ความถูกต้อง และเมื่อเสร็จจะได้นำเงินที่เหลือคืนให้แก่ทางวัด โดยได้นำบัญชีมาโชว์ว่าเงินยังอยู่ครบ

ขณะที่อุปนายกสมาคมฯ บอกว่า การที่สมาคมฯ นำเงินเข้าบัญชีสมาคมฯ ตนเองก็ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสอบถามคณะกรรมการแล้วก็ทราบว่าสาเหตุที่นำเงินทอดกฐินเข้าบัญชีสมาคมฯ ก็เพราะเจ้าอาวาสกลัวและยินยอมให้นำเงินมาเก็บก่อน แต่ไม่ได้ให้นำเงินเข้าบัญชีสมาคมฯ แต่ด้วยความหวังดี จึงได้นำเงินเข้าเก็บไว้ในบัญชีสมาคมฯ ซึ่งเงินก็ยังอยู่ครบ และหากเคลียร์บัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยก็นำคืนวัด

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ทางสมาคมฯ ได้จัดแถลงข่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านรถม้า สาเหตุที่ทางสมาคมฯ เก็บเงินวัดเข้าบัญชีของสมาคมฯ เพราะหวังดี และอยากให้เงินที่ได้นำไปใช้ตรงกับวัตถุประสงค์ แต่ที่ทางวัดออกข่าวทำให้เสียชื่อเสียงมาก ทางตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า ทางฝ่ายวัดก็มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บเงิน คือเงินเกินหนึ่งแสนบาทต้องนำเข้าบัญชีของวัดเท่านั้น ขณะที่ทางสมาคมฯ เองก็ต้องการเห็นเงินทำตามวัตถุประสงค์ ที่ปรึกษา สสนท.ลป.ก็บอกว่าการที่วัดออกข่าวแบบนี้ต้องให้เจ้าอาวาสขอโทษ

ในการแถลงข่าว ทางสมาคมฯ ได้แจกเอกสารเผยแพร่เพียงยอดรวมรายรับจำนวน 321,234.50 บาท (ไม่มีรายละเอียดนามผู้บริจาคแนบ) รายจ่าย 80,638 บาท   เช่น อาหารขันโตก 25,758 บาท, ค่ารถม้า 17,100 บาท, อัฐบริขาร+ต้นกฐิน+ไม้เสียบ 11,930 บาท เหลือเงิน 240,596.50 บาท

 


 

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวเป็นวงกว้าง โดยส่วนใหญ่ระบุว่าการทอดกฐินซึ่งเป็นประเพณีทางพระพุทธศาสนา การทอดกฐินก็คือการนำเอาผ้ากฐินฯลฯไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์ ซึ่งเมื่อทอดแล้วก็เป็นอันหมดหน้าที่ของฆราวาส ส่วนเรื่องต่อไปนั้น พระสงฆ์ท่านจะมอบหมายให้กันและกันเอง ตามที่ท่านเห็นว่า สมควรจะให้ภิกษุรูปใดเป็น “กรานกฐิน” ก็สุดแต่ท่านจะจัดทำกันเอง ฆราวาสเมื่อ “ทอด” หรือ “วาง” ไว้แล้ว ก็คอยออกมารับอนุโมทนา เมื่อพระสงฆ์ท่านกรานเสร็จแล้วเท่านั้น

และตามประเพณีนิยมที่ถือปฏิบัติกันสืบมา ทุกอย่างที่จะนำมาถวายวัด ผู้ที่เป็นเจ้าภาพหรือศรัทธาจะเป็นผู้ตระเตรียมนำมาเองทั้งหมดโดยไม่รบกวนทางวัดหรือรบกวนให้น้อยที่สุด ส่วนการที่จะขอหักค่าใช้จ่ายหรือขอเงินจากยอดกฐินซึ่งมีผู้บริจาคมาคืนไปทั้งหมดหรือบางส่วน  ต้องตกลงกับทางวัดและคณะกรรมการฯให้เบ็ดเสร็จก่อนที่จะมีการจัด แต่ที่ผ่านมาไม่นิยมทำกันเพราะผู้บริจาคย่อมต้องการทำบุญให้วัดนั่นเอง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้