แบบนี้ก็ได้เหรอ!!! กลุ่มผู้เสียหายนำเงินร่วมลงทุนกับไฮโซลำปาง-ธุรกิจรับปิด-ย้ายไฟแนนซ์-สุดท้ายสูญเงินกันกว่า50ล้าน-จากโจทก์ยังกลายเป็นจำเลยอีก-หลังคนอ้างรู้จักผู้ใหญ่รขู่ ตร.รับคดีฟ้องกลับฐานร่วมกันปล้นทรัพย์-พลิกประวัติคนขู่พบคดีเพียบ

Last updated: 2022-01-10  |  2362 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แบบนี้ก็ได้เหรอ!!! กลุ่มผู้เสียหายนำเงินร่วมลงทุนกับไฮโซลำปาง-ธุรกิจรับปิด-ย้ายไฟแนนซ์-สุดท้ายสูญเงินกันกว่า50ล้าน-จากโจทก์ยังกลายเป็นจำเลยอีก-หลังคนอ้างรู้จักผู้ใหญ่รขู่ ตร.รับคดีฟ้องกลับฐานร่วมกันปล้นทรัพย์-พลิกประวัติคนขู่พบคดีเพียบ

วันนี้ (10 ม.ค.65) กลุ่มผู้เสียหายที่เคยเข้าแจ้งความว่าถูกไฮโซนักธุรกิจเมืองรถม้า หลอกให้นำเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจปิด-ย้ายไฟแนนซ์ จนสูญเงินรวมกว่า 50 ล้าน ร่วม 10 คน พร้อมด้วยนายตรีณัฐฎ์ ศรีวิชัย ทนายความ เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เนื่องจากฝ่ายจำเลยให้แฟนสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กลุ่มผู้เสียหายทั้งหมด "ร่วมกันปล้นทรัพย์ "หลังที่ยอมให้ผู้เสียหายไปเอาทรัพย์สินบางส่วนเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากเงินที่โกงไป


นายเกมส์ หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งสูญเงินไปกว่า 1,400,000 บาท เปิดเผยว่าตนมีอาชีพเป็นเทรนเนอร์สถานออกกำลังกาย ที่ไฮโซเบียร์ ที่เป็นผู้มีหน้าตาในสังคมธุรกิจ มาใช้บริการ จึงรู้จักและเคยไปทานอาหารด้วยกันบ้าง ซึ่งนายเบียร์ก็ได้พูดคุยชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจรับปิด-ย้ายไฟแนนซ์ พร้อมทั้งเสนอผลตอนแทนเป็นดอกเบี้ยจากเงินลงทุนสูงประมาณ 7%ต่อเดือน

และเนื่องจากเห็นว่านายเบียร์ เป็นที่รู้จักในสังคม นามสกุลใหญ่โต ตนจึงหลงเชื่อและเริ่มต้นรวบรวมเงินมาลงทุนครั้งแรก 50,000 บาท พอได้ดอกเบี้ยก็รวมเงินมาสมทบลงไปเพิ่มเรื่อยๆเกือบตลอด 2 ปี รวมแล้วลงทุนไปกว่า 1.4 ล้านเศษ หลังจากนั้นนายเบียร์ก็เริ่มขอลดผลตอบแทนลง สุดท้ายก็หนีออกจากจังหวัดลำปาง และบอกว่าไม่มีเงินแล้ว

“ทุกคนที่เข้าไปร่วมลงทุน จึงต้องแจ้งความเป็นคดีรวมๆแล้วประมาณ 15 คน นอกเหนือจากจากนั้นยังมีคนที่ถูกหลอกรายละหลักแสนที่ไม่ได้แจ้งความอีกจำนวนมาก แต่หลังจากที่แจ้งความแล้วจำเลยขอประกันตัวไป กลุ่มผู้เสียหายก็ถูกหมายเรียกให้มาให้ปากคำในวันนี้ โดยตำรวจบอกว่า แฟนสาวของนายเบียร์ เข้าแจ้งความว่าร่วมกันปล้นทรัพย์ ซึ่งกลุ่มของตนเองไม่ได้ปล้นทรัพย์อะไรเลย ซึ่งตนเองไม่โอเคเลยจริงๆ”

ขณะที่นายน้ำเย็น หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่ากลุ่มของตนเองไม่กลัวกับการที่ถูกออกหมายเรียกมาให้ปากคำในวันนี้ เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง พร้อมยืนยันว่าหลังจากที่กลุ่มผู้เสียหายได้ออกติดตามทวงเงิน แต่นายเบียร์ ไม่มีเงินให้ จึงขอให้กลุ่มผู้เสียหายเข้าไปเอาทรัพย์สินบางส่วนที่อยู่ในร้านของนายเบียร์ไปเป็นการค้ำประกันไว้ก่อน

ซึ่งทรัพย์สินที่นำออกมาเมื่อคิดเป็นราคาแล้วมีค่าน้อยมากเทียบไม่ได้กับเงินที่สูญเสียไปได้เลย และขณะที่เข้าไปเอานายเบียร์ก็ให้แม่บ้านคอยอำนวยความสะดวกให้ แต่หลังจากที่นายเบียร์ถูกออกหมายจับ กลับให้แฟนสาวมาแจ้งความเพื่อยื้อเวลาโดยกล่าวหาว่ากลุ่มตนเองที่เป็นผู้เสียหายร่วมกันปล้นทรัพย์ ซึ่งถือว่าแรงมาก

“ที่ตนเองไม่เข้าใจคือทำไมตำรวจรับเป็นคดีง่ายๆโดยไม่ทำการสืบสวนก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เพราะผู้เสียหายคือกลุ่มของตนเองทั้งหมดกว่า 15 คนที่ถูกโกงเงินไปกว่า 50 ล้านบาท และตอนที่พวกตนแจ้งความดำเนินคดีนายเบียร์ มีทหารชั้นนายพลคนหนึ่ง ช่วยเหลือใช้ตำแหน่งประกันตัวไปในวงเงินประกัน 500,000 บาท ทำให้กลุ่มของตนไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมและจะได้เงินคืนหรือไม่ เพราะคดีก็ไม่คืบหน้า”

ผู้เสียหายในคดีบอกอีกว่า อยากให้ตำรวจนำคดีที่กลุ่มผู้เสียหายทุกคนได้เข้าแจ้งความไว้ทั้งหมดมารวมเป็นคดีเดียว แต่วันนี้หลังจากที่ถูกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันปล้นทรัพย์ ซึ่งทรัพย์บางตัวที่แจ้งว่าถูกปล้นมีกระทั่งสายไฟ ซึ่งก็ถือว่าน่าแปลกใจมาก

นายน้ำเย็นกล่าวอีกว่า หลังจากที่สอบถามพนักงานสอบสวน จึงทราบว่าสาเหตุที่ต้องรับเป็นคดีก็เพราะถูกนายโจ๊ก ซึ่งเป็นเพื่อนของนายเบียร์ ไฮโซเมืองรถม้า และเคยอ้างตัวว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับประเทศทั้งตำรวจและทหารเข้าไปเจรจากับผู้เสียหายแทนนายเบียร์เพื่อขอให้ยุติคดี แต่ถูกผู้เสียหายปฎิเสธ โทรมาข่มขู่ว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ในวงการสีกากีระดับประเทศหากไม่รับแจ้งความก็จะเดือดร้อน ประกอบกับไม่ทราบว่ากลุ่มของตนเองคือผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มของนายเบียร์และแฟนสาวที่มาแจ้งความโกงเงินไปกว่า 50 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการพลิกประวัติของนายโจ๊ก ที่โทรมาข่มขู่พนักงานสอบสวนให้รับคดี พบว่าเคยถูกจับและมีคดีติดตัวหลายคดี อาทิ คดีฉ้อโกง ในปี 57 , คดีลักทรัพย์ ในปี 58 , คดีเกี่ยวกับเช็ค/ฉ้อโกง ในปี 60 , คดีร่วมกันในการฉ้อโกง ในปี 63 (รอออกหมาย) และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวฯ หลบหนี (รอออกหมาย)

ด้านนายตรีณัฐฎ์ ศรีวิชัย ทนายความ บอกว่า ในคดีที่กลุ่มผู้เสียหายมาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ไม่มีอะไรน่าหนักใจ เพราะฝ่ายผู้เสียหายที่กลายมาเป็นจำเลยวันนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอทั้งหมดว่าไม่ได้ร่วมกันปล้นทรัพย์อย่างที่ถูกกล่าวหา และจะดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้