สุดช้ำ!!! อดีตตำรวจถูกแก็งค์คลอเซ็นเตอร์-หลอกติดตั้งแอพโมบายแบ็งค์กิ้งในโทรศัพท์ก่อนจะใช้โปรแกรมTeamViewerรีโมททำงานในโทรศัพท์-สุดท้ายดูดเงินจาก3บัญชีรวม 1.8ล้าน เกลี้ยง

Last updated: 9 มิ.ย. 2565  |  611 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สุดช้ำ!!! อดีตตำรวจถูกแก็งค์คลอเซ็นเตอร์-หลอกติดตั้งแอพโมบายแบ็งค์กิ้งในโทรศัพท์ก่อนจะใช้โปรแกรมTeamViewerรีโมททำงานในโทรศัพท์-สุดท้ายดูดเงินจาก3บัญชีรวม 1.8ล้าน เกลี้ยง

 

วันนี้( 8 มิถุนายน 2565)  อดีตนายตำรวจ  สารวัตรปราบปราม สภ.สบปราบ คือ พ.ต.ท.สมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อดีต สวป. อายุ 66 ปี  ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคาลำปาง ว่าก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  2565  ช่วงเวลา 10.00 น. ขณะตนเองอยู่ที่บ้านพัก ได้มีโทรศัพท์ โทรมาหาเป็นเสียงผู้ชาย ใช้หมายเลขโทรศัพท์ +69766 914097150  แจ้งว่าโทรมาจากสำนักงาน กสทช.พร้อมกับบอกกับตนเองว่า  มีบุคคลนำโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ต้องการให้ตนเองไปแจ้งความ กับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ขอออกใบรับรองแจ้งความเพื่อส่งกลับไป ที่ สำนักงาน กสทช. เพื่อทำการยกเลิก ในการที่จะถูกดำเนินคดี จากนั้นได้ให้ตนเอง กดเลข 9 ในโทรศัพท์มือถือ และให้แอดไลน์กับผู้ที่โทรเข้ามา

หลังจากแอดไลน์แล้ว ปรากฏชื่อเจ้าของไลน์ เป็น สภ.เมืองเชียงราย ตนเองจึงโทรศัพท์ไปทางไลน์และได้สนทนากับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งปลายสายอ้างชื่อว่า ร้อยตำรวจโทสมศักดิ์  ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย และจากนั้นทางร้อยตำรวจโทสมศักดิ์ ได้โอนสายให้คุยกับนายตำรวจอีกนายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้  และหลังจากAdd LINE แล้วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอ้างตัวเป็น กสทช.  ได้ส่งลิงค์โปรแกรม TeamViewer ซึ่งเป็น โปรแกรมที่ใช้ควบคุมการทำงานระบบคอมพิวเตอร์ฯได้ในระยะไกล จากนั้นจึงประสานสอบถามตนว่ามีโทรศัพท์กี่เครื่องซึ่งตนเองมีสองเครื่อง ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีโทรเข้าอีกเครื่องก่อนที่จะให้ถ่ายรูปหน้าจอเครื่องที่มีการรีโมทโดยใช้โปรแกรม TeamViewer แล้ว โดยห้ตนเองทำตามท่ีบอกทางโทรศัพท์ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าควบคุมโทรศัพท์มือถือของพันตำรวจโทสมชาย ได้ทั้งหมดโดยที่ผู้เสียหายไม่ทราบเลยว่าคนร้ายทำอะไรบ้าง

หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้โปรแกรม teamviewer เข้ามา Control โทรศัพท์มือถือโดยมีการโหลด App กรุงไทย next หรือโมบายแบ้งค์กิ้ง เพื่อเข้าสู่ข้อมูลส่วนตัวและเข้าไปผูกบัญชีธนาครกรุงไทย ทั้งหมด 2  สาขา  ก่อนที่จะทำการถอนเงินของพันตำรวจโทสมชายผู้เสียหาย ซึ่งมีเงินในบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาแม่ทะ จำนวน 1,300,000 บาท และ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูชัย  ประมาณ 300,000 บาท  และคนร้ายก็ได้ถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารกรุงไทยของผู้เสียหาย ในวันที่ 1 มิถุนายน เป็นจำนวนเงินรวม 1,600,000  บาท และยังได้ถามผู้เสียหายอีกว่า  มีบัญชีธนาคารอื่นอีกหรือไม่ ผู้เสียหายบอกว่าตนเองยังมีบัญชีที่มีเงินฝากอีกธนาคารหนึ่งคือธนาคารออมสิน สาขาเกาะคา มีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 200,000 บาท  และในวันรุ่งขึ้นคนร้ายก็ยังติดต่อมายังผู้เสียหาย เพื่อให้เดินทางไปธนาคาร เพื่อไปสมัครแอป mymo ของธนาคารออมสิน และหลังจากผู้เสียหายได้ไปที่ธนาคารออมสินแล้ว และโหลด App mymo มาแล้ว ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็ใช้กลอุบายเดิมโดยใช้โปรแกรมTeamViewer (ทีมวีเวอร์) รีโมทเข้ามาควบคุมในโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะถอนเงินในบัญชีธนาคารออมสินที่เหลืออยู่ 200,000 บาท  ออกไปจากบัญชีจนหมดทุกบัญชี รวม 3 บัญชีเป็นเงินประมาณ 1 ล้าน 8 แสนบาท ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้ว ผู้เสียหายสงสัยว่าจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินจึงเดินทางไปที่ธนาคารและ ทราบว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถอนเงินออกจากบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว

โดยบัญชีปลายทางที่โอนไปเป็นของธนาคารเกียรตินาคินและธนาคารกรุงเทพเบอร์บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี นายรัตนพล  และบัยชีธนาคารเกียรตินาคิน ชื่อ นายพชร  ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามเลขบัญชีดังกล่าวเพื่อออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีมาสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นม้าขี่จะได้นำตัวมาดำเนินคดี  ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและจะได้แจ้งข้อหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้เสียหายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าหลังจากเกษียณอายุราชการก็มีเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บไว้หวังจะใช้ในบั้นปลายชีวิตจำนวน 1 ล้าน 8 แสนบาท

ก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกถอนไปจนหมด  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สมัคร App อะไรไว้สำหรับโอนเงินเลยเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย แต่ก็ยังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลอุบายเข้ามาทำรายการในโทรศัพท์มือถือ จนสามารถถอนเงินออกจากบัญชีของตนเองไปได้ แล้วมีการ ไป ทำ รายการ โหลด App ต่างๆของธนาคารแล้วก็ทำการโอนเงินจากโทรศัพท์ของตนเองไปได้

ซึ่งอย่างไรก็ตามทางพันตำรวจโทสมชาย ผู้เสียหาย  วิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจไซเบอร์  ขอให้ช่วยดำเนินการเร่งตามตัวผู้ที่ก่อเหตุ  ทั้งเจ้าของบัญชีและผู้ที่จ้างเปิดบัญชี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปให้เร็วที่สุดเพราะหากเงินที่คนร้ายถอนไปยังเหลืออยู่ตนเองก็ยังหวังว่าอย่างน้อยจะได้คืนมาบ้าง 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้